มีผู้ถามว่า “อยากจะเปลี่ยนชะตากรรม ต้องทำอย่างไร”
มีผู้ถามว่า “อยากจะเปลี่ยนชะตากรรม ต้องทำอย่างไร ? ”
ตอบ
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจว่า ชะตากรรม คืออะไรเสียก่อน
ชะตากรรม คืออะไร ?
ชะตากรรม โดยศัพท์หมายถึง กรรมที่ติดตัวมาแต่กำเนิด หรือกรรมที่มาพร้อมกับการเกิด
1. อาทิ รูปร่างหน้าตา ผิวพรรณวรรณะ สุขภาพพลานามัย ตระกูลที่เกิด บิดามารดา ภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม องค์ประกอบแวดล้อมที่มาพร้อมกับการเกิด คือ เกิดมาแล้วมีลักษณะอย่างไร เกิดมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมอย่างไร นี้ประการที่ ๑ เรียกว่า ชะตากรรมที่มาในปฏิสนธิกาล
2. ชะตากรรมที่ครอบงำชีวิตของคน ได้แก่ อุปนิสัยใจคอ ความยินดีติดใจ ทัศนคติ อันเกิดมาแต่การอบรมสั่งสอนจากสิ่งรอบข้าง อาทิ บิดามารดา ครูอาจารย์ เพื่อนฝูง สภาพแวดล้อม ธรรมชาติ วัดวาศาสนา และสื่อสารมวลชนต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังอุปนิสัย โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากบุคคลที่มีแนวคิดต่างๆ กันไป ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ผ่านกาลเวลา ได้ส่งทอดวิธีคิด และความเข้าใจต่อโลกให้แก่ตัวเรา
เป็นเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นตัวเรา ที่คิด ที่ตัดสินใจ ไปโดยไม่รู้ตัว ว่าถูกครอบงำแล้วด้วยอารมณ์ อุปนิสัย และทัศนคติต่างๆ แล้วกระทำกรรมวนเวียนอยู่ ด้วยกรอบแห่งมายาคติ ที่ว่านั่นถูก นี่ใช่ นี่คือตัวเรา เราชอบอย่างนี้ เราเป็นอย่างนี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดแต่ปฐมเหตุ คือ ชะตากรรมที่ส่งทอดมาในปวัตติกาล (ภายหลังการเกิด) แล้วทั้งสิ้น เมื่อพ้นไปจากรูปแบบแห่งความคิดเดิมๆ ที่หาใช่ตัวใช่ตนไม่ได้ ก็พ้นไปจากชะตากรรมที่ครอบงำอยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน
ชะตากรรมเปลี่ยนได้อย่างไร ?
ฉะนั้น หากต้องการเปลี่ยนชะตากรรม จึงขอตอบสั้นๆ เพียงว่า
- เปลี่ยนความคิดได้ ก็เปลี่ยนพฤติกรรมได้ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนวิบากในชีวิตได้ แต่ก็เวียนวนอยู่ในโลก แห่งการเวียนเกิดเวียนตายในบุญ แลบาป ไม่สิ้นสุด เพราะไม่รู้แจ้งอนัตตา คือ ความไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆ เรา
- เปลี่ยนวิธีคิดได้ จึงแก้ไขความยึดติดถือมั่นได้ และจะนำไปสู่รูปแบบใหม่ แห่งการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง และเบี่ยงเบนตนออกจากชะตากรรมเดิม เท่าที่ปัญญาจะนำทางไปได้ไกลเท่าไรนั่นเอง
- อยู่เหนือความคิด วิธีการคิด และทฤษฏีความยึดถือทั้งปวง แต่ด้วยรู้เข้าใจต่อสภาพการปรุงแต่งทั้งปวง ที่เป็นไปตามกระแสของเหตุปัจจัย ที่ไม่ใช่ตัวเรา เท่าทันความคิด จินตนาการ ที่ปรากฏขึ้น รู้สักว่า เป็นเช่นนั้นเอง ตามการสั่งสมของเหตุปัจจัย ไม่มีตัวเราแต่ที่ไหนๆ ผู้จะเป็นเจ้าของความคิดให้ต้องยึดมั่นต่อความรู้สึกนั้น ว่าความคิดเป็นเรา เราเป็นผู้คิด มีจิตเป็นอิสระเหนืออารมณ์ทั้งปวงที่ปรุงแต่งขึ้น ด้วยกำลังของปัญญาญาณ ที่แทงตลอดธรรมทั้งปวง ว่าเป็นอนัตตาโดยแท้ ตัดกระแสความยึดมั่นที่มีต่อความคิดนั้น เป็นอิสระเหนือโลก รู้โดยความเป็นเหตุเป็นปัจัยของสิ่งทั้งหลาย ว่าไม่ใช่เรา หาใช่ตัวเรา เหลือแต่เพียงการเลือกดำเนินชีวิตไป ด้วยปัญญาบริสุทธิ์ ที่อยู่เหนือทิฏฐิทั้งปวง นี่แหละ จึงจะเป็นผู้อยู่เหนือชะตากรรมได้อย่างแท้จริง
รัตนอุบาสก
15 มิถุนายน 2559

Leave a comment