สาบานเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อ เป็นมุสาวาทไหม ?
นะโม พุทโธ ถาม
ถ้าบุคคลชอบสาบานเพื่อให้คนอื่นเชื่อ ถ้าไม่เป็นจริง มีผลต่อผู้พูดมากน้อยแค่ไหนคะ มากกว่าศีลข้อมุสาหรือไม่คะ
ตอบ

เจตนากล่าวไม่ตรงกับความจริงทั้งที่รู้อยู่ เรียกว่า “สัมปชานมุสาวาท”ฉะนั้น ผู้ที่สาบานโดยรู้อยู่ว่าจะไม่ทำตามนั้น จึงเป็น”สัมปชานมุสาวาท” การสาบานนั้น โดยทั่วไป ย่อมมีการตั้งเงื่อนไขเพื่อสาปแช่งตนเองร่วมอยู่ด้วยว่า “ถ้าไม่ทำขอให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้” ฉะนั้น ผู้สาบานโดยมีการสาปแช่งตนร่วมอยู่ด้วย ผลที่ได้เมื่อไม่ทำตามนั้นคือ ตนของตนย่อมสำนึกได้ถึงการสาปแช่งตนเอง โดยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวอ้างบางอย่างเป็นแรงผลักดันให้สำเร็จ

ฉะนั้น เมื่อกล่าวถึงบาปในการสาบานร่วมกับคำสาปแช่ง โดยตั้งใจจะไม่ทำอยู่แล้ว ย่อมให้ผล ๒ ประการคือ
๑. การอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อยืนยันคำสัตย์ทั้งที่รู้ว่าเป็นเท็จ เจตนาให้พูดเท็จย่อมมั่นคงกว่า มีผลต่อจิตใจมากกว่า ด้วยดูแคลนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าไม่มี วิบากแห่งกรรมไม่มี หรือไม่อาจบันดาลผล เป็นต้น ซึ่งเป็นเหตุให้จิตปราศจากความละอายและเกรงกลัวต่อบาปอย่างมั่นคง (โลภมูลจิต ทิฏฐิคตสัมปยุตตัง อสังขาริกัง) ด้วยเหตุนี้ บาปในการมุสาวาทจึงรุนแรงมากตามอกุศลเจตนาที่มั่นคงนั่นเอง

๒. ตนของตนย่อมสาปแช่งตนของตนอยู่เนืองๆ ด้วยรู้อยู่ว่า ตนได้กล่าวคำใดออกไป และผลของกรรมควรเป็นเช่นไร ฉะนั้น ตนนั่นแลย่อมดึงเอาอกุศลสัญญา ความทรงจำนั้นขึ้นมาเตือนจิตตนเสมอ เป็นเหตุชักนำให้อกุศลวิบากนั้นๆ เกิดขึ้นตามมาได้เร็วขึ้น และหนักหน่วงยิ่งขึ้น ตามแต่จิตที่ระลึกถึงอกุศลวิบากอันควรจะปรากฏได้อยู่เนืองๆ

ฉะนั้น การสาบานร่วมกับการสาปแช่งตนทั้งรู้อยู่ว่าจักไม่ทำตามจึงเป็นบาปมาก และให้ผลต่อชีวิตของผู้นั้นอย่างแน่นอน ทว่า ขึ้นอยู่กับกุศลกรรม(บุญ)ในอดีตหรือปัจจุบันที่กระทำอยู่ ว่ามีกำลังเพียงใดที่จะชิงให้ผลก่อน หรือปิดกั้นให้คำสาปแช่งนั้นจักยังให้ผลไม่ได้ ตราบใดที่กุศลกรรมในอดีตที่กำลังส่งผลและกุศลกรรมที่กำลังกระทำอยู่ในปัจจุบันถอยกำลังลง เมื่อนั้น อกุศลวิบากอันเผ็ดร้อนย่อมรอลำดับแห่งการให้ผลตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง…

สาบาน, อธิษฐานจิต, สัญญา คืออะไร ?
BbuaTanphalang ถาม
การสาบานกับ การอธิษฐานจิต เหมือนกันมั้ยคะ เช่นว่าสาบานว่าจะนั่งสมาธิไม่ขยับตัว ถ้าผิดไปจากนี้ขอให้ … หรือถ้าทำได้ขอให้ …กับอธิษฐานจิตว่าจะนั่งสมาธิไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะไม่ขยับตัว แล้วตอนท้ายผิดคำสาบานหรือตอนท้ายผิดคำอธิษฐานจิต ผลจะเหมือนหรือต่างกันคะ
พอถามแบบนี้เเล้วจึงยิ่งทำให้สงสัยเพิ่มขึ้นอีกสัญญา สาบาน อธิษฐานจิต 3 คำนี้ต่างกันอย่างไรตามศัพท์และผลจากการตั้งจิตในการสัญญา ผลการตั้งจิตในการสาบาน ผลการตั้งจิตในการอธิษฐานทั้งสามอย่างนี้ต่างกันอย่างไรคะ
ขอบพระคุณค่ะ
ตอบ

พึงเข้าใจความหมายที่แตกต่างระหว่างคำทั้ง ๓ ครับ
๑. คำว่า สาบาน หมายถึง การปฏิญญาว่าจะทำสิ่งใด หรือการประกาศสัจวาจาว่า สิ่งใดคือความจริง แล้วสำทับด้วยการอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าผิดไปจากนี้ ขอให้ความวิบัติจงเกิดขึ้นแก่ตน
เช่น “ข้าฯ ขอสาบานว่า ข้าฯ ไม่ได้โกงเงินโรงเรียน ถ้าผิดจากคำนี้ ขอให้เทวดาอารักษ์ลงโทษให้วิบัติใน ๗ วัน” เป็นต้น หรือ
“ข้าฯ ขอสาบานว่า คำนี้เป็นคำจริง ถ้าข้าโกหก ขอให้เทพเจ้าลงโทษ” เป็นต้น

๒. คำว่า อธิษฐาน หมายถึง การตั้งจิตมั่น ว่าจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ลุล่วงให้ได้ จะอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็ได้ หรืออาจมีการขอพรร่วมด้วยก็ได้ (ตามความนิยม)
เช่น “ข้าฯ ขอตั้งจิตรักษาศีล ๕ให้บริสุทธิ์ จนตลอดชีวิต นับแต่บัดนี้” หรือ
“ในพรรษานี้ตลอด ๓ เดือน ข้าฯ จะไม่ดื่มสุราเป็นเด็ดขาด ด้วยผลแห่งบุญนี้ ขอข้าฯ จงได้งานทำด้วยเถิด” เป็นต้น

๓. คำว่า สัญญา หมายถึง การให้คำมั่นแก่อีกบุคคลหนึ่ง ว่าจะทำอะไร โดยไม่มีการอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือคำสาปแช่งใดๆ
เช่น “หนูขอสัญญาว่า หนูจะไม่หนีไปเล่นน้ำโดยที่ไม่บอกแม่อีก” หรือ
“ข้าฯ ขอสัญญาว่า จะซื่อสัตย์กับเธอแม้เพียงคนเดียวเท่านั้น”เป็นต้น
ต่อเมื่อในบางกรณี ผู้รับคำสัญญายังไม่พอใจเพียงคำสัญญานั้น กลับให้สาบานสำทับอีกชั้นก็ได้
เช่น หญิง “ถ้าพี่รักน้องจริง น้องขอให้พี่สาบานได้ไหม”
ชาย “พี่ขอสาบานว่า หากพี่ไม่ซื่อสัตย์กับเธอ ขอให้จมน้ำตาย” เป็นต้น (“พอใจรึยังจ๊ะ”) อันนี้เป็นการอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือกรรมนั่นเอง ว่าให้ส่งผลเช่นนั้น
..เอวัง ..
รัตนอุบาสก
17 กุมภาพันธ์ 2558

Leave a comment