กรณี การเวียนเทียนด้วยต้นไม้ แล้วนำกลับไปปลูกที่บ้าน

การบูชาด้วยดอกไม้ ของหอม

พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญ การปลูกต้นไม้ไว้ใน วนโรปสูตร (สํ.ส.๑๕/๑๔๕/๓๗) ดังมีข้อความว่า

“ชนเหล่าใดสร้างอาราม (สวนไม้ ดอกไม้ผล) ปลูกหมู่ไม้ (ให้ร่มเงา) สร้างสะพาน และชนเหล่าใดให้โรงน้ำเป็นทาน และบ่อน้ำ ทั้งบ้าน ที่พักอาศัย ชนเหล่านั้น ย่อมมีบุญ เจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน ชนเหล่านั้นตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีล เป็นผู้ไปสวรรค์”

ด้วยเหตุนี้ การบูชาพระปฏิมา หรือพระเจดีย์ ด้วยดอกไม้ ของหอม หรือนำต้นไม้มาใช้ในการเวียนประทักษิณรอบอุโบสถ จึงเป็นสิ่งที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ด้วยเหตุแห่งการสักการะบูชาผู้ที่ควรบูชา ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมงคลสูตร (ขุ.ขุ.๒๕/๖/๒,ขุ.สุ.๒๕/๓๑๗/๒๘๘) ว่า 

“การไม่คบพาล การคบแต่บัณฑิต และการบูชาผู้ที่ควรบูชา นี้ก็เป็นมงคลอุดม (มงคลอันสูงสุด อันยอดเยี่ยม)

ด้วยเหตุนี้ การรณรงค์หรือส่งเสริม ให้นำกล้าไม้มาใช้แทนดอกไม้ ในการเวียนเทียนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย นอกจากจะเป็น “อปจายนมัยกุศล” กุศลที่เกิดจากการแสดงความเคารพอ่อนน้อม ต่อผู้ควรบูชาแล้ว ยังได้บุญจากการให้ต้นไม้ เพื่อนำไปปลูก ให้ร่มเงาแก่วัดวาศาสนา ตามนัยแห่ง วนโรปสูตร อีกด้วย

การบูชาพระพุทธปฏิมาด้วยกล้าไม้ แล้วนำกลับไป

แต่ทว่า มีสิ่งที่น่าพิจารณา คือ 

กล้าไม้ที่พุทธศาสนิกชนนำมาใช้ในการบูชาพระรัตนตรัย หรือพระพุทธปฏิมาบนอุโบสถนั้น หลังจากที่เวียนประทักษิณเพื่อบูชาแล้ว เครื่องสักการะเหล่านี้ นับว่าได้มอบถวายไว้แล้วแก่พระเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมาหรือไม่ 

หากใช่ หมายถึง เรานำเอาต้นไม้มาเพื่อบูชาพระรัตนตรัย โดยถือประนมไว้ ต่าง (แทน) ดอกไม้ธูปเทียน 

การที่พุทธศาสนิกชนจะนำเครื่องสักการะที่ตนนำมาบูชา กลับไปปลูกที่บ้าน จึงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ และจะเป็นโทษที่บุคคลนำเอาสิ่งบูชาพระเจดีย์ไป คล้ายกับการนำพวงมาลัย หรือดอกไม้ใส่แจกัน มาเพื่อบูชาพระพุทธรูปที่วัด ครั้นไหว้แล้ว ก็หามีผู้ใดนำกลับไปบ้านไม่ เพราะได้ใช้เป็นเครื่องบูชาพระปฏิมา หรือพระเจดีย์แล้ว ที่พระสงฆ์มีหน้าที่ในการรักษาทรัพย์ของพระเจดีย์ไว้ ด้วยการขอมติสงฆ์ เพื่อปลูกไว้ในบริเวณวัด หรือ ณ ธรณีสงฆ์

เว้นเสียแต่ว่า การนำเอากล้าไม้ หรือต้นไม้มาเวียนเทียนนั้น เป็นเพียงเครื่องประดับกายในระหว่างการเวียนเทียน หาใช่สิ่งบูชาที่เรานำมาบูชาพระปฏิมาหรือพระเจดีย์ไม่ อย่างนี้ ก็นำกลับไปบ้านได้ เพราะไม่ได้นำมาเพื่อการบูชา


พระสงฆ์ต้องการมอบต้นไม้คืนไป ให้แก่ญาติโยม จะได้หรือไม่ ?

พระสงฆ์ต้องการมอบต้นไม้คืนไป ให้แก่ญาติโยม จะได้หรือไม่ ?
(สำหรับผู้สนใจเท่านั้น ไม่ต้องอ่านก็ได้ เกี่ยวกับวินัยบัญญัติ)

วินัยเรื่องลหุภัณฑ์ และครุภัณฑ์

ในกรณีนี้ พระพุทธเจ้าจำแนกของสงฆ์ ของอาราม และพระเจดีย์ ออกมาเป็น 2 ประเภท คือ ลหุภัณฑ์ และครุภัณฑ์

ลหุภัณฑ์ หมายถึง ของใช้สิ้นเปลืองหมดไป เช่น สบู่ ยาสีฟัน ปากกา ดินสอ ธูป เทียน ดอกไม้สด เป็นต้น

ครุภัณฑ์ หมายถึง สิ่งของที่ใข้ได้ยาวนาน เช่น กุฏิ วิหาร โต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม พระพุทธรูป เป็นต้น


พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติข้อปฏิบัติต่อลหุภัณฑ์ (ของใช้สิ้นเปลือง เล็กๆ น้อยๆ) ไว้ว่า ลหุภัณฑ์ เมื่อทายกถวายแก่สงฆ์แล้ว เมื่อสงฆ์ไม่ได้ใช้สอย พึงอปโลกน์ไปเพื่อจำหน่าย แล้วบริโภคปัจจัยได้

ดังพุทธบัญญัติใน นิสสัคคิยปาจิตตีย์ จีวรวรรค สิกขาบทที่ 10 เรื่องวิธีปฏิบัติในเรื่องเงินและทองที่มีผู้ถวาย (วิ.อ.3/863) ว่า

. . . [ถ้าพวกเขาไม่ระบุสงฆ์ คณะ หรือบุคคล กล่าวว่า ข้าพเจ้าถวายเงินและทองนี้แก่เจดีย์ วิหาร เพื่อนวกรรม (การก่อสร้าง ซ่อมแซม) ดังนี้ (ภิกษุ) จะปฏิเสธไม่ควร, พึงบอกแก่กัปปิยการกว่า ชนพวกนี้กล่าวคำนี้ (เพื่อกัปปิยการกดูแล จัดการอะไรต่างๆ ให้), แต่เมื่อเขากล่าวว่า ท่านพึงเก็บ (เงินทอง) ไว้เพื่อประโยชน์แก่เจดีย์ เป็นต้นเถิด นี้ไม่ควรรับ (ภิกษุไม่ควรรับไว้เอง ซึ่งเงินทอง)]

(วิ.อ. 3/863)

. . . [อนึ่ง เขาถวายเพื่อประโยชน์แก่จีวร (จตุปัจจัยใด ที่เป็นลหุภัณฑ์) (ตามแต่เจตนาของผู้ให้)…ถ้าว่าไม่มีความต้องการจีวร (จตุปัจจัย) นั้น, สงฆ์ลำบากด้วยปัจจัยบิณฑบาตเป็นต้น พึงอปโลกน์เพื่อความเห็นดีแห่งสงฆ์แล้วน้อมไป]

(วิ.อ. 3/865)

หมายความว่า สิ่งของใด (ลหุภัณฑ์) ที่ทายกถวายแก่พระเจดีย์ ภิกษุมีหน้าที่รักษาไว้ ถ้าเป็นเงินทอง พึงมีไวยาวัจกรดูแลให้, เมื่อทายกถวายแก่สงฆ์ (สังฆทาน) แต่เมื่อขาดแคลนปัจจัย ๔ อันใด สามารถขอมติสงฆ์ เพื่อผาติกรรม ขายออกไป เพื่อใช้จ่ายอย่างอื่นใด


ในส่วนของครุภัณฑ์ ของสงฆ์ ไม่อาจแจกให้แม้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ไม่ต้องกล่าวถึงการให้แก่คฤหัสถ์ ดังพระบัญญัติดังนี้

. . . ภิกษุรูปหนึ่งมีของใช้มาก มีบริขารมาก ได้ถึงมรณภาพ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุถึงมรณภาพ สงฆ์เป็นเจ้าของบาตรจีวร แต่ภิกษุผู้พยาบาลไข้มีอุปการะมาก เราอนุญาตให้สงฆ์มอบไตรจีวรและบาตรให้แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ บรรดาสิ่งของเหล่านั้น สิ่งใดเป็นลหุภัณฑ์ ลหุบริขาร สิ่งนั้นเราอนุญาตให้สงฆ์พร้อมเพรียงกันแบ่ง 

. . . บรรดาสิ่งของเหล่านั้น สิ่งใดเป็นครุภัณฑ์ ครุบริขาร สิ่งนั้นเป็นของสงฆ์ผู้อยู่ในจตุรทิศ ทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา ไม่ควรแบ่ง ไม่ควรแจก.”

(วิ.ม. 5/167/183)

. . . [อนึ่ง อกัปปิยวัตถุ (เงินทองเป็นต้น) ที่เขาถวายเพื่อประโยชน์แก่เสนาสนะ พึงไปในเสนาสนะ (นั้น) เท่านั้น เพราะเสนาสนะเป็นครุภัณฑ์ (หมายถึง ถ้าทายกถวายปัจจัยเพื่อให้เป็นครุภัณฑ์ หรือถาวรวัตถุในอาราม ภิกษุต้องใช้ปัจจัยไปตามความประสงค์ของผู้ให้), . . . ก็ถ้าว่า เมื่อพวกภิกษุละทิ้งเสนาสนะไป เสนาสนะจะเสียหาย, ในกาลนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย แม้จำหน่ายเสนาสนะแล้วบริโภค (ปัจจัย) ได้]

(วิ.อ. 3/865)

หมายความว่า พระสงฆ์ทั้งปวง ในฐานะผู้ดูแลรักษาวิหาร และพระเจดีย์ และเครื่องประกอบในการบูชา เช่น โต๊ะหมู่ แจกันดอกไม้ ต้นไม้ประดับในกระถางรอบอุโบสถ พานพุ่ม ฯลฯ เมื่อได้พิจารณาครุภัณฑ์นั้นโดยถี่ถ้วนแล้ว หากเห็นว่า สิ่งใดเป็นของเสีย เปล่าประโยชน์ เป็นของทิ้งเสียเปล่า ไม่ได้ใช้สอย สงฆ์สามารถจำหน่ายออก เพื่อประโยขน์ในการบริโภคแก่สงฆ์ได้


ต้นไม้ในกระถาง เป็นลหุภัณฑ์ หรือครุภัณฑ์ ?

กล้าไม้ในกระถางหรือในถุง เมื่อนำมาเป็นเครื่องสักการะแก่พระเจดีย์แล้ว เป็นลหุภัณฑ์ หรือครุภัณฑ์ ของสงฆ์ ? เป็นสิ่งต้องพิจารณา จนถึงผู้ใดมีสิทธิ์บอกกล่าวให้โยมนำกลับไปได้ ยิ่งน่าพิจารณา

ความหมายของครุภัณฑ์ (วิ.จุล.อ.เล่ม 9 หน้า 216 มมร.)
ว่าด้วยครุภัณฑ์ (เรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจก เป็นต้น) 

. . . ก็ครุภัณฑ์แม้ทั้งปวงนี้ แม้ในเสนาสนักขันธกะนี้ ท่านกล่าวว่า ไม่ควรแจก. ส่วนในคัมภีร์ปริวารมาแล้วว่า :
. . . ครุภัณฑ์ ๕ หมวด พระพุทธเจ้าผู้แสวงคุณใหญ่ตรัสว่า ไม่ควรสละ ไม่ควรแจก, แต่ไม่เป็นอาบัติแก่ภิกษุผู้สละ (ทิ้งไปเสีย และ) ผู้ใช้สอย ; … เมื่อภิกษุผู้สละและใช้สอยด้วยอำนาจการแลกเปลี่ยน ไม่เป็นอาบัติ. …..

. . . วินิจฉัยในเถาวัลย์เป็นต้น พึงทราบดังนี้ :-เถาวัลย์ชนิดหนึ่ง มีหวายเป็นต้น ประมาณเพียงครึ่งแขน ที่เขาถวายสงฆ์ก็ตาม ที่เกิดขึ้นในธรณีสงฆ์นั้นก็ตาม ซึ่งสงฆ์รักษาปกครองไว้ เป็นครุภัณฑ์. …

. . . เชือกหรือพวนที่ทำเสร็จด้วยด้าย ปอ ป่าน เสี้ยนมะพร้าวและหนังก็ดี เชือกเกลียวเดียวหรือ ๒ เกลียว ที่เขาฟั่นป่านหรือเสี้ยนมะพร้าวทำก็ดี ย่อมเป็นครุภัณฑ์ จำเดิมแต่เวลาที่เขาถวายสงฆ์แล้ว. …

. . . ไม้ไผ่ชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยที่สุดแม้ขนาดเท่าเข็มไม้ ยาว ๘ นิ้ว ที่เขาถวายสงฆ์ หรือที่เกิดในธรณีสงฆ์นั้น ซึ่งสงฆ์รักษาปกครองไว้ เป็นครุภัณฑ์. …

. . . ในหญ้ามุงกระต่ายเป็นต้น หญ้าชนิดใดชนิดหนึ่ง แม้มีประมาณกำมือหนึ่ง แม้ในใบไม้มีใบตาลเป็นต้น แม้ใบเดียว ที่เขาถวายสงฆ์หรือที่เกิดในธรณีสงฆ์นั้น หรือเป็นหญ้าที่เกิดแต่สวนหญ้าของสงฆ์ภายนอกอาราม ซึ่งสงฆ์รักษาปกครอง เป็นครุภัณฑ์. …

. . . ดินเหนียว จะเป็นดินธรรมดาหรือดิน ๕ สี หรือปูนขาวก็ตามที หรือบรรดายางสนและชันเป็นต้น ยางชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่เขานำมาถวายในที่ซึ่งหาได้ยากก็ดี ที่เกิดในธรณีสงฆ์นั้นก็ดี ขนาดเท่าผลตาลสุก ซึ่งสงฆ์รักษาปกครองไว้ เป็นครุภัณฑ์. 

จากตัวอย่างข้างต้น อาจวินิจฉัยได้ว่า ต้นไม้ทั้งปวงที่ได้รับถวายมานั้น เป็นครุภัณฑ์


เมื่อครุภัณฑ์ ของสงฆ์ ไม่อาจมอบให้แก่คฤหัสถ์ ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือ การทิ้งครุภัณฑ์ นั้นเสีย 

การสละสิ่งของ (ทิ้งไป) ทั้งที่เป็นลหุภัณฑ์ เช่น ร่ม จีวรเก่า อาหาร (เช่นการสละอาหารให้ญาติโยมรับประทาน ต่อจากพระ) ฯลฯ หรือครุภัณฑ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ (ต้นไม้ในวัด ด้วยหรือไม่) ที่เสื่อมสภาพ ใช้การไม่ได้ หรือไม่ได้ใช้สอยนั้น เป็นอย่างหนึ่ง , แต่การให้กับญาติโยมไปนั้น ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง . มีความแตกต่างกัน (ระหว่างการทิ้ง กับการยกให้นั้นไม่เหมือนกัน)

ด้วยเหตุนี้ หากจะให้โยมนำกล้าไม้กลับไปปลูกที่บ้าน (ในลักษณะของทิ้ง เสื่อมมูลค่า) ควรให้สงฆ์ทำการอปโลกน์สมมติภิกษุรูปหนึ่งในกิจนั้นๆ ในคราวนั้นๆ เสียก่อน หรือแต่งตั้งเจ้าการที่สงฆ์มอบหมาย แล้วประกาศว่า สิ่งนี้สงฆ์พิจารณาแล้วว่าเป็นของทิ้ง หรือสละแล้ว อนุญาตให้ผู้ต้องการนำกลับไปได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อความสบายใจ ไม่ให้ภิกษุต้องเสี่ยงต่ออาบัติ หรือญาติโยมอาจต้องผิดศีล ในการนำของสงฆ์กลับไปบ้าน จึงควรประชาสัมพันธ์บอกกล่าวแก่ญาติโยมว่า ถ้าโยมนำกล้าไม้มาเวียนเทียน เป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัย หลังจากบูชาแล้ว ควรตั้งไว้เป็นเครื่องบูชาก่อน รอจนกว่าเสร็จพิธีแล้ว มีผู้เป็นตัวแทนสงฆ์กล่าวสละ (ทิ้ง) ต้นไม้นั้น จึงมารับกลับไปปลูกที่บ้านได้ 

หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ ไม่ต้องถือกล้าไม้เวียนเทียน แต่ใช้มือพนมต่างดอกบัว หลังจากเวียนเทียนแล้ว ก็มีการแจกกล้าไม้ ให้นำกลับไปปลูกที่บ้าน แก่ผู้สนใจ อย่างนี้ก็ได้ คือ ทางเจ้าภาพไม้กล้า ต้องตั้งเจตนาให้ชัดเจนว่า นำต้นไม้กล้ามา เพื่อให้ผู้เวียนเทียนใช้บูชาพระรัตนตรัย หรือนำมาเพื่อให้แก่ผู้มาเวียนเทียนนำกลับไปบ้านปลูกที่บ้านกันแน่ มีความประสงค์อย่างไร

วิชฺชา อุปฺปตตํ เสฏฺฐา
บรรดาสิ่งที่เจริญงอกงามขึ้น ความรู้นั้นประเสริฐสุด

(สํ.ส.๑๕/๒๐๖/๕๑)


รัตนอุบาสก
19 กุมภาพันธ์ 2567



คอมเม้นต์

Leave a comment