“วาสนา” ตามความเข้าใจทั่วไป
*ตัวอย่างคำที่ใช้ผิด* (มีเพื่อนส่งข้อความนี้มาใน line ครับ)
อะไรคือวาสนา?
- ไม่ร่ำรวยแต่ไม่ขัดสน
- ที่บ้านไม่มีคนป่วย
- พ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้า
- ไม่มีญาติที่ถูกขังอยู่ในคุก
- ไม่มีศัตรูคู่อาฆาต
- ในกลุ่มไม่มีทุรชน
- ข้างกายไม่มีคนเลว
- ทำผิดมีกัลยาณมิตรคอยตักเตือน 9.ทำการใดมีผู้อุปถัมภ์
- มีผู้รู้เป็นมิตรสหาย
***นี่แหละครับคือวาสนา***
“วาสนา” จริงแท้คืออะไร ?
คำว่า มีวาสนา ไม่ได้แปลว่า มีโชคดีหรือมีบุญนะครับ
คำว่า วาสนา แปลว่า ความประพฤติที่เคยชิน
เช่น
- คนทานอาหารเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน เรียกว่า คนนี้มีวาสนาดี
คนทานมูมมาม เลอะเทอะเปรอะเปรื่อนเป็นนิสัย เรียกว่า คนนี้มีวาสนาไม่ดี - คนเดินตัวตรง สุภาพเรียบร้อย ไม่เหลียวซ้ายแลขวาล่อกแลก เรียกว่า คนนี้มีวาสนาดี
คนเดินกระโดกกระเดก ลอกแลก ปัดซ้ายปัดขวาเป็นนิสัย เรียกว่า คนนี้วาสนาไม่ดี - คนไม่พูดคำหยาบ พูดจาสุภาพเป็นนิสัย เรียกว่า คนนี้มีวาสนาดี
คนพูดจาหยาบคายจนติดนิสัย เรียกว่า คนนี้มีวาสนาไม่ดี

สรุป คำว่า วาสนา เป็นคำกลางๆ ไม่ได้มีความหมายว่าดีหรือไม่ดีครับ เช่นเดียวกับคำว่า กรรม และทิฏฐิ ที่ใช้กันผิดมานาน
“กรรม” เป็นคำกลางๆ มีดีมีชั่วก็ได้
คำว่า กรรม แปลว่า การกระทำ เป็นคำกลางๆ ไม่ดีไม่ชั่ว หรือเป็นดีเป็นชั่วได้
เช่น
- คนได้รับทรัพย์สมบัติ เรียกว่า คนนี้มีกรรมดี ทำกรรมที่ดีไว้ หรือคนนี้มีบุญ
คนเสียทรัพย์ หรือประสบอุบัติเหตุ เรียกว่า คนนี้ทำกรรมมาไม่ดี มีบาป หรือทำกรรมชั่วไว้
ไม่ใช่อย่างที่ใช้กันผิดๆ ว่า คนได้ทรัพย์เพราะมีบุญ คนเสียทรัพย์เพราะมีกรรม หรืออย่างที่ใช้กันผิดๆ ว่า คนมีหน้าตาสะสวยหรือหล่อเหลา เพราะเขามีบุญ ส่วนคนที่หน้าตาขี้เหล่ เพราะเขามีกรรม
คำว่า กรรม เป็นคำกลางๆ มีดีมีชั่วได้ ต้องเติมต่อท้ายว่า กรรมดี กรรมชั่ว หรือกุศลกรรม อกุศลกรรม จึงจะถูกต้อง คำว่า “กรรม” โดดๆ ไม่ได้แปลว่า ชั่ว อย่างที่ใช้กัน

“ทิฏฐิ” ที่แท้ ไม่ใช่การถือตัว
เช่นเดียวกับ คำว่า ทิฏฐิ แปลว่า ความเห็น หรือความคิดเห็น เป็นคำกลางๆ เช่นกัน ไม่ดี-ไม่ชั่ว หรือเป็นดีเป็นชั่วได้
เช่น
- คนมีความคิดเห็นที่ดี ถูกต้อง เรียกว่า มีสัมมาทิฏฐิ หรือมีความเห็นถูก
คนมีความเห็นที่ผิด เรียกว่า มีมิจฉาทิฏฐิ หรือมีความเห็นผิด
จึงไม่ใช่อย่างที่ใช้กันว่า คนนี้มีทิฏฐิ หรือคนนี้ถือทิฏฐิ หมายถึง คนนี้ถือเนื้อถือตัว ไม่เชื่อใคร ถ้าจะใช้ ต้องใช้ให้ถูกต้องว่า คนนี้มีมิจฉาทิฏฐิ คือ มีความเห็นผิด จึงดื้อถือรั้น ครับ
คำว่า ทิฏฐิ เมื่อเติมเข้าเป็น สัมมาทิฏฐิ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญข้อแรกในอริยมรรคมีองค์ ๘ (ทางแห่งการบรรลุมรรคผล) และแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงมีทิฏฐิด้วยเช่นกันครับ คือ มีสัมมาทิฏฐิ นั่นเอง

รัตนอุบาสก
7 สิงหาคม 2559

Leave a comment