เกี่ยวกับ

“กลุ่มรัตนอุบาสก” เกิดจากการปรารภของพระอาจารย์ปิยะลักษณ์ ปญฺญาวโร ว่า คณะญาติโยมผู้ร่วมจัดให้เกิดการปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดญาณเวศกวัน นับแต่ ๕ กันยายน ๒๕๕๐ มาจนบัดนี้ (๙ ม.ค.๒๕๕๖) เป็นระยะเวลานานกว่า ๕ ปี รวม ๖๗ รุ่น ซึ่งได้ร่วมกันเสียสละทั้งกำลังแรงกาย แรงใจ สติปัญญา และเวลาอันมีค่า เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยปรารถนาว่าจะนำซึ่งสัมมาทิฏฐิและสัมมาปฏิบัติตามหลักคำสอนในด้านวิปัสสนาภาวนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า บัดนี้ ทางกลุ่มได้รวบรวมปัจจัยอันเกิดจากจิตศรัทธาของแต่ละคนในกลุ่ม เพื่อขยายประโยชน์ให้กว้างออกไป แก่การเจริญกุศลในรูปแบบต่างๆ โดยลำดับความสำคัญ ดังต่อไปนี้ คือ

๑. ส่งเสริมการปฏิบัติภาวนา

๒. เผยแผ่พระพุทธศาสนา

๓. ส่งเสริมกิจกรรมในพุทธศาสนา

๔. กระทำสาธารณะประโยชน์

๕. อนุเคราะห์แก่ผู้ยากไร้ หรือผู้สมควรได้รับ

คำว่า “รัตนอุบาสก” แปลโดยศัพท์ว่า อุบาสก-อุบาสิกาแก้ว หรือ อุบาสก-อุบาสิกาผู้เลิศ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) แปลโดยสำนวนว่า ผู้นำชาวพุทธ ซึ่งหมายถึง ผู้มีความรู้ความเข้าใจในหลักพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ตามหลัก “อุบาสกธรรม” คือ

๑. มีศรัทธา

๒. มีศีล

๓. ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล คือ มุ่งหวังผลจากการกระทำและการงาน มิใช่จากโชคลางและสิ่งที่ตื่นกันว่าขลังศักดิ์สิทธิ์

๔. ไม่แสวงหาทักขิไณยภายนอกหลักคำสอนนี้ คือ ไม่แสวงหาเขตบุญนอกหลักพระพุทธศาสนา

๕. กระทำความสนับสนุนในพระศาสนานี้เป็นเบื้องต้น คือ ขวนขวายในการอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา

คำว่า “รัตนอุบาสก” หรือ “อุบาสก-อุบาสิกาแก้ว” นี้ นอกจากมีความหมายโดยศัพท์และโดยหลักธรรมข้างต้นแล้ว พระพุทธองค์ยังทรงมุ่งหมายถึงความเป็นอุบาสก-อุบาสิกาผู้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนาอีกด้วย โดยตรัสว่า พระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนาย่อมประกอบอยู่ด้วยอุบาสกธรรมทั้ง ๕ ประการนี้ และเรียกอุบาสก-อุบาสิกาผู้บรรลุธรรมขั้นต่ำถึงความเป็นพระโสดาบันว่า “รัตนอุบาสก” จัณฑาลสูตร (องฺ.ปญฺจก.๒๒/๑๗๕/๑๘๔) ผู้เป็นสมาชิกกลุ่ม ควรประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ คือ ๑.เป็นผู้มีศรัทธาต่อการปฏิบัติภาวนาแท้จริง

๒.เป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า

๓.เป็นผู้ยินดีต่อการให้ เสียสละ เผื่อแผ่แบ่งปันแก่ผู้อื่น

๔.มุ่งความสมัครสมานสามัคคี ไม่นำความร้าวฉานมาสู่หมู่คณะ ดังหลัก “สารณียธรรม ๖ ประการ”

กลุ่มรัตนอุบาสก ๙ มกราคม ๒๕๕๖