Tag: บุญ
-

เพียงความคิดที่ผุดขึ้นเอง เป็นบุญหรือเป็นบาปมากไหม
ถาม : กราบเรียนถามอาจารย์ค่ะ การที่เราฟังอะไรแล้วสังขารเขาปรุงตามมานั้น มันจะเกิดเป็นกรรมตามมาไหมค่ะ อย่างพระพุทธเจ้าชาติที่ท่านไปดีใจกับการตกปลาได้มากท่านยังต้องปวดหัวเลย เราดีใจ เสียใจไปกับสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีสติปรับใจให้เป็นกลาง เราไม่แย่หรือค่ะ (ต้องเห็นว่าสิ่งนั้นมันดับไปจากใจ) เช่น เราได้ยินว่าศาลตัดสินให้เขาถูกจำคุก 5 ปี ใจมันก็คิดของมันเองเลยนะว่าแค่ 5 ปีเองหรือ ทำไมถึงได้น้อยจัง (ใจมันคิดของมันเองนะค่ะ เราไม่ได้คิด หรือเรายังไม่ทันความคิดค่ะ) แล้วเราจะบาปไหมค่ะ ถ้าเราไม่ได้คิดเราก็ไม่บาปใช่ไหมค่ะ ตอบ : ความคิดเกิดขึ้นรวดเร็ว ทันทีที่กระทบกับอารมณ์ต่างๆ เรียกว่า จิตตุปบาท เกิดขึ้น ปรุงแต่งใจไปตามผัสสะ ก. ถ้าปรุงแต่งดี เป็นกุศล เรามีสติระลึกรู้ความคิดนั้น ก็เรียกว่า มีสติสัมปชัญญะ รู้ใจปรุงแต่งกุศลนั้น สติผู้รู้ก็เป็นกุศล การปรุงแต่งที่เกิดขึ้น ก็เป็นกุศล จึงเป็นกุศลด้วยกันทั้งคู่ ข. ถ้าปรุงแต่งไม่ดี เป็นอกุศล เรามมีสติระลึกรู้ขึ้นมา ก็เรียกว่า มีสติสัมปชัญญะ รู้ทั้นใจที่ปรุงแต่งอกุศลอยู่ อกุศลนั้นจะดับไป และสักครู่ก็อาจปรุงแต่งอกุศลขึ้นอีก สติถ้าเกิดได้อีก ก็ตัดกระแสความคิดอกุศลนั้นอีก เป็นเช่นนี้…
-

บุญกับอานิสงส์ ต่างกันอย่างไร ?
มีผู้ถามว่า ไปช่วยงานกฐิน จัดนั่นทำนี่ ทำอะไรมากมาย แต่บริจาคเงินน้อย ไม่ได้ใส่ชื่อร่วมเป็นเจ้าภาพ จะได้อานิสงส์ไหมคะ? ตอบ การได้ชื่อว่าเป็นเจ้าภาพหรือไม่ ไม่มีความสำคัญเลย บุญอยู่ตรงที่เราได้ทำอะไร เราได้ให้อะไรเท่านั้น เช่นเราให้ผ้าเราก็ได้ผ้า เราให้เงินเราก็ได้เงิน เราขวนขวายช่วยเหลือ เราก็จะได้รับการช่วยเหลือต่อไปในอนาคต ในส่วนของทาน ตรงไปตรงมา ให้อะไรได้อย่างนั้น (1) (เช่น เราให้อาหาร ก็ได้อานิสงส์คืนกลับมาเป็นอาหารในภพนั้นๆ แต่ไม่ใช่ประเภทเดียวกัน เช่น ให้ข้าวผัด ก็อาจได้คืนมาเป็นสเต็ก ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ก็ได้ , เราถวายจีวรพระ ก็ได้อานิสงส์คืนมา เป็นเสื้อผ้า กางเกง ตามอัตภาพของเรา เป็นต้น) ต้องเข้าใจว่า การได้บุญ กับการได้อานิสงส์นั้นไม่เหมือนกัน บุญ คืออะไร มีความหมายอย่างไร ? . . . บุญเป็นเครื่องชำระล้างจิตใจ ให้เกิดความบริสุทธิ์ เข้าใกล้พระนิพพาน ยิ่งเราเสียสละมากเท่าไหร่ เช่นตั้งใจมาก เสียสละกำลังแรงกายมาก แม้จะไม่มีทรัพย์จะให้ ก็ได้ผลบุญ…
-

ขอรับบุญ-บาปแทนกันได้หรือไม่ ?
ขอรับบุญ-รับบาปแทนกันได้ไหม . . . ถ้าเราทำบุญร่วมกับเพื่อน แล้วขอให้เราได้รับบุญคนเดียวได้มั้ย หรือถ้าเราทำบาปร่วมกับเพื่อน เราจะขอรับบาปแทนเพื่อนได้หรือไม่ ตอบ บุญ-บาปเป็นเรื่องของจิตใจ . . . เรื่องความเป็นบุญหรือบาป เป็นเรื่องเริ่มต้นแต่ภายในจิตใจของเราครับ เช่น เมื่อเราทำบุญด้วยความตั้งใจ จิตของเราย่อมผ่องใสด้วยกำลังของกุศลที่ได้กระทำ , เช่นเดียวกัน เมื่อเรามีเจตนาทำบาป จิตของเราก็ย่อมเศร้าหมองไป ตามกำลังของอกุศลที่ได้กระทำลงไปเช่นกัน . . . ฉะนั้น สภาวะจิตที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ที่เกิดจากการกระทำของตนเอง หรือของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้กระทำ ก็เป็นของเฉพาะตน ทำแทนกันไม่ได้ รับแทนกันก็ไม่ได้ , เราจะทำบุญแล้ว ให้ผู้อื่นรับแทนก็ไม่ได้ เราทำบาปแล้ว จะให้ผู้อื่นรับแทนก็ไม่ได้เช่นกัน . . . ตรงนี้จะมีข้อที่พึงทำความเข้าใจต่อเรื่องของการอุทิศส่วนบุญ และการอนุโมทนาบุญ ดังนี้คือ เมื่ออุทิศส่วนบุญ ผู้รับได้รับอย่างไร ? ในการอุทิศส่วนบุญ เมื่อเราทำความดีมา แล้วเราอุทิศส่วนบุญให้ผู้อื่น เมื่อเขารู้ได้ เขาย่อมดีใจ และร่วมยินดีกับการกระทำบุญนั้น และยินดีที่เราให้บุญแก่เขา เรียกว่า…
-

สังฆทาน-วน ได้บุญเหมือนทำสังฆทานด้วยไทยธรรมหรือไม่
มีญาติมิตรถามถึง การทำ “สังฆทาน-วน” หรือทางวัดนำเอาไทยธรรมที่ได้รับไปแล้ว กลับมาใช้ ให้โยมถวายซ้ำอีก แล้วให้ญาติโยมหยอดตู้ หรือถวายปัจจัยตามแต่ความศรัทธา ว่าได้บุญเหมือนการทำสังฆทานด้วยไทยธรรม หรือสิ่งของที่หาซื้อมาเองหรือไม่ ตอบ สังทาน-วน คืออะไร ? “สังฆทาน-วน” เทียบเท่ากับการที่เราถวายเงินแก่ทางวัดเท่านั้นครับ ไม่ใช่เป็นการถวายสิ่งของแต่อย่างใด ของสังฆทานที่นำมาเวียนซ้ำ เป็นเพียงสิ่งที่ขอยืมมาเข้าพิธี (พอให้เป็นพิธีเท่านั้น) ไม่ให้ต้องถวายด้วยมือเปล่าเท่านั้นเอง โดยแท้จริงคือ เราถวายเงินกับทางวัด การไปหยิบของๆ วัด มาประเคนให้วัดซ้ำ ไม่มีผลอะไรต่อกรรมนั้น เท่ากับว่า ผู้ถวายก็ได้บุญในส่วนถวายเงินหยอดตู้บริจาคเข้าวัดนั่นเอง หรือพูดติดตลกว่า “ยืมของๆ วัดมา ยกจากทางซ้าย แล้วย้ายมาทางขวา” แล้วก็เอาเงินหยอดตู้ ทำบุญให้สบายใจ แล้วก็กลับบ้านไป การถวายเครื่องไทยธรรม หรือสิ่งของแก่พระสงฆ์นั้น ตรงไปตรงมา คือ การหาซื้อเอาสิ่งของมาให้พระท่านได้ใช้ เข้าใจอย่างง่ายๆ คือ เราให้อะไรแก่ท่านได้ใช้สอย เราก็ได้บุญจากการให้สิ่งนั้นครับ ในกรณีนี้ เราให้สตางค์ ก็ได้บุญจากการให้สตางค์ / เราเอาของมาถวาย ก็ได้บุญจากการให้สิ่งของ ถวายไทยธรรม บุญมากหรือน้อย ?…
-

ต้องทำบุญแค่ไหน ชีวิตจึงจะไม่เจออุปสรรค ?
เกร็ดการสนทนา (27/10/59) รบกวนสอบถาม ช่วยตอบด้วยครับ มีเพื่อนถามมา แต่ผมน่าจะตอบได้ไม่ดีพอ อุปสรรคในชีวิตมาก เกิดจากกรรมเก่า ? ถาม : ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตมาก นี่หมายถึง บุญที่ทำในชาตินี้ หรือบุญที่ทำในชาติที่แล้ว ถ้าเป็นบุญในชาตินี้ แล้วต้องทำแค่ไหนชีวิตถึงจะไม่เจออุปสรรค ตอบ : อดีตกรรม คือ กรรมที่ทำในอดีตทั้งหมด ทั้งชาติก่อนและชาตินี้ / กรรมเก่า ก็คือกรรมที่เราทำไว้ ตั้งแต่วินาทีที่แล้วที่ผ่านไปทั้งหมด ไม่ว่าจะย้อนไปนานแค่ไหน ตั้งแต่เราเป็นเด็ก หรือชาติก่อนๆ ก็ตาม ถาม : ถ้าเป็นบุญในชาตินี้ แล้วต้องทำแค่ไหนชีวิตถึงจะไม่เจออุปสรรค ขอคำตอบนี้ด้วยครับ ตอบ : บุญ-บาป เวลาให้ผล จะประมวลผลรวมในทุกชาติมาทะยอยกันให้ผล ไม่สามารถทำอะไรอย่างหนึ่งเพื่อขจัดอุปสรรคได้ เราทำดี-ชั่วมาแล้วหลายพันหลายหมื่นชาติ มันทะยอยกันให้ผลในทุกๆ วินาที ให้เราเจอคนดี-คนร้าย เจอเรื่องดี-เรื่องร้าย เช่น เราเห็นดอกไม้สวยงาม เห็นคนหล่อ-สวย ได้ยินเสียงเพลงไพเราะ ได้อากาศเย็นสบาย นี่ก็ผลบุญ เราเห็นคนพิการ…
-

ถูกหมอดูทัก ไม่ให้เปิดกิจการ ทำอย่างไร ?
ถาม มีผู้สงสัยว่า เมื่อมีหมอดูหรือใครมาทัก ว่าอย่าทำความดี อย่าเพิ่งลงทุน อย่าเพิ่งเปิดกิจการ อย่าเพิ่งก้าวต่อไปในชีวิต อย่าริเริ่มทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เพราะยังไม่มีฤกษ์ เพราะไม่มีดวงในทางนี้ ไม่มีดวงในช่วงนี้ ช่วงนี้ชะตาไม่ดี ทำแล้วจะเหนื่อย จะลำบาก จะเจ๊ง เราควรคิดอย่างไร ตอบ การที่เราจะทำอะไร ไม่ทำอะไร เมื่อนั่นเมื่อนี่ ตามที่มีหมอดูทักมา ไม่ตรงกับหลักพระพุทธศาสนา แต่สิ่งที่เราอาจต้องการจากเขาเหล่านั้น ก็มีเพียงคำแนะนำที่ประกอบร่วมกับการทำความดี ในสิ่งที่เราพอทำได้ ภายในขอบเขตของการไม่ทำบาป การจะปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง ที่พอแก้ไขให้เหมาะสมได้ต่างหาก คือสิ่งที่เราต้องการ มิได้หมายถึง เราจะต้องให้ความสำคัญที่เกินกว่าการพัฒนาชีวิตและการเจริญกุศล อย่างที่บางคนว่า ต้องรอ รอโชค รอดวง รอชะตา อะไรอย่างนั้น เช่นว่า ถ้ามีคนมาสมัครงาน หมอดูบอก อย่ารับ! เพราะดวงไม่สมพงษ์กับเรา เราก็ยังควรจะรับอยู่นั่นเอง ถ้าเขาเป็นคนดี มีคุณสมบัติพร้อม เพียงแต่ถ้าถูกทัก เราอยากรู้เพียงว่า เราควรระวังอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือไม่ เท่านั้น ดังอุทาหรณ์เรื่องพระยากงที่ถูกพระยาพานฆ่า เพราะเชื่อหมอดู กลัวว่าลูกจะฆ่าพ่อ ก็เลยสั่งให้ฆ่าลูกเสียก่อน เป็นเหตุให้ต้องแอบส่งลูกไปอยู่ต่างแดน…
-

White lie ! มีคนโกหกเรา พอจับได้ก็บอกว่า ไม่อยากให้รู้ กลัวไม่สบายใจ เขาจะบาปไหมค่ะ
ตอบ การพูดปด มีโทษมากน้อยอย่างไร ในอรรถกถาสัมมาทิฏฐิสูตร (ม.มู.๑๒/๑๑๐/๕๔๑) ให้หลักไว้ดังนี้ คือ มุสาวาทชื่อว่ามีโทษน้อย เพราะประโยชน์ที่ผู้พูดทำลายนั้นมีน้อย / และมีโทษมาก เพราะทำลายประโยชน์มาก มุสาวาทของคฤหัสถ์ทั้งหลายที่กล่าวโดยนัยว่าไม่มี เพราะประสงค์จะไม่ให้วัตถุที่ตนมีอยู่ ชื่อว่ามีโทษน้อย / ส่วนมุสาวาทที่ตนเป็นพยานกล่าวเพื่อทำลายประโยชน์ชื่อว่ามีโทษมาก มุสาวาทของบรรพชิตทั้งหลายที่กล่าวประชดประชัน โดยประสงค์จะหัวเราะเล่นชื่อว่ามีโทษน้อย / แต่มุสาวาทของบรรพชิตผู้กล่าวโดยนัยว่าไม่เห็นเลยว่าเห็น ดังนี้ชื่อว่ามีโทษมาก ฉะนั้น การโกหกนั้น จะเป็นบาปมาก-บาปน้อย จึงขึ้นอยู่ต่อประโยชน์ที่เราเสียไป เมื่อเราไม่ได้รู้ความจริงครับ ถ้าเรารู้ว่าเขาโกหก แต่เราไม่เสียใจ หรือเสียใจมีผลต่อเราต่อเขาอย่างไร…