Tag: วินัย

  • อุเบกขากับโสมนัส

    อุเบกขากับโสมนัส

    ถาม (18/2/60) เรื่องอุเบกขากับโสมนัส ในแง่การนำเกิด และการทำกรรมดี ดูเหมือนโสมนัสจะดีกว่า แต่ในการทำสมาธิ ทำไมอุเบกขากลับสูงกว่า เจริญพร ตอบ “การกระทำกุศลด้วยโสมนัสจิต ยินดีในการเจริญกุศล” ย่อมให้ผลสูงกว่า “การกระทำกุศลด้วยอุเบกขาจิต ซึ่งมีใจวางเฉย ไม่ยินดียินร้าย” กับ “การเสวยสุขเวทนาในฌาน แล้วมีจิตเป็นอุเบกขา ไม่ติดใจในสุขนั้น” ย่อมให้ผลสูงกว่า “การเสวยสุขเวทนาในฌาน แล้วมีปีติสุข ยินดีในความสุขนั้น” ครับ ธรรมใน ๒ เรื่องนี้แตกต่างกันนะครับ “ความยินดีในกุศล มีผลสูงสุด” กับ “ความมีใจวางเฉยต่อสุขและทุกข์ ย่อมมีผลสูงสุด” (โสมนัสสหคตัง มหากุสลจิตตัง เหนือกว่า อุเบกขาสหคตัง มหากุสลจิตตัง) และ (อุเบกขาเจตสิก ในมหัคคตจิต เหนือกว่า ปีติและสุขเจตสิก ในมหัคคตจิต) ถาม แสดงว่า คำว่าอุเบกขา ในการเจริญสติ ไม่ได้หมายถึงอุเบกขาเวทนาหรือ ? แต่เป็นจิตที่เป็นกลาง ตอบ ใช่ครับ การวางใจเป็นอุเบกขาในระหว่างปฏิบัติ หมายถึง…

  • ผิดศีลหรือไม่ พระขับ-ขี่รถ ?

    ผิดศีลหรือไม่ พระขับ-ขี่รถ ?

    “ผิดศีลหรือไม่ พระขับ-ขี่รถ ? ขอถามเป็นความรู้” ท่านเจ้าของคลิป ตั้งคำถาม เรื่องยาน ตามพระวินัย เรื่องยาน ตามพระวินัย มีพระบัญญัติว่า (วิ.ม.5/13/18) [14] “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงไปด้วยยาน รูปใดไป ต้องอาบัติทุกกฏ” ต่อมามี อนุบัญญัติ (1) ว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตยานแก่ภิกษุผู้อาพาธ” ต่อมามี อนุบัญญัติ (2) ว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตยานที่เทียมด้วยโคตัวผู้ และยานที่ใช้มือลาก” ต่อมามี อนุบัญญัติ (3) ว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตคานหามมีตั่งนั่ง และเปลผ้าที่เขาผูกติดกับไม้คาน” สรุปความได้ว่า พระพุทธองค์อนุญาตพระภิกษุขึ้นยานพาหนะได้เมื่อเจ็บป่วย ถ้าไม่ป่วยแล้วขึ้นยานพาหนะ ต้องอาบัติ ในพระวินัยมีเท่านี้ครับ คำถามต่อมา แล้วพระภิกษุขึ้นยานพาหนะต่างๆ ในกรณีไม่ป่วยล่ะ ? เช่น ขึ้นรถเมล์ รถไฟ รถทัวร์ รถยนต์ส่วนตัว ขี่ม้า ฯลฯ ไปในกิจต่างๆ ล่ะ…

  • ความหมายของกะเทย ที่พระพุทธเจ้าห้ามบวชคืออะไร ?

    ความหมายของกะเทย ที่พระพุทธเจ้าห้ามบวชคืออะไร ?

    มีผู้ได้ดูคลิปจากอดีตมหาเปรียญคนหนึ่งกล่าวว่า “กะเทย หรือบัณเฑาะก์ ที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามบวชเป็นภิกษุนั้น มีแต่เฉพาะผู้ถูกตอน (ขันที) ผู้มีเพศสภาพบกพร่อง ระบุเพศไม่ได้ และผู้มีสองเพศเท่านั้น”. . . ในพระไตรปิฎก และคัมภีร์อธิบายความพระไตรปิฎก กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้อย่างไร จึงขอยกเอาข้อความในพระไตรปิฎก และอรรถกถา มาชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ ดังนี้ ตอบ คำว่า กะเทย ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายว่า “คนที่มีอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง, คนที่มีจิตใจและกิริยาอาการตรงข้ามกับเพศของตน เรามาเริ่มต้นศึกษาจากคุณสมบัติของผู้ต้องการจะบวช ดังนี้ สมบัติแห่งการอุปสมบท 5 ประการ 1. วัตถุสมบัติ (คุณสมบัติของผู้บวช) มี 4 ประการ เป็นชาย (มนุษย์ผู้เป็นชาย) มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (นับแต่ปฏิสนธิมา) (วิ.ม.4/111/147, วิ.ม.4/141) ภาวรูป 2 : ภาวรูป แปลว่า รูปบอกความเป็นหญิงเป็นชาย มี 2 ชนิด…

  • สังฆทาน-วน ได้บุญเหมือนทำสังฆทานด้วยไทยธรรมหรือไม่

    สังฆทาน-วน ได้บุญเหมือนทำสังฆทานด้วยไทยธรรมหรือไม่

    มีญาติมิตรถามถึง การทำ “สังฆทาน-วน” หรือทางวัดนำเอาไทยธรรมที่ได้รับไปแล้ว กลับมาใช้ ให้โยมถวายซ้ำอีก แล้วให้ญาติโยมหยอดตู้ หรือถวายปัจจัยตามแต่ความศรัทธา ว่าได้บุญเหมือนการทำสังฆทานด้วยไทยธรรม หรือสิ่งของที่หาซื้อมาเองหรือไม่ ตอบ สังทาน-วน คืออะไร ? “สังฆทาน-วน” เทียบเท่ากับการที่เราถวายเงินแก่ทางวัดเท่านั้นครับ ไม่ใช่เป็นการถวายสิ่งของแต่อย่างใด ของสังฆทานที่นำมาเวียนซ้ำ เป็นเพียงสิ่งที่ขอยืมมาเข้าพิธี (พอให้เป็นพิธีเท่านั้น) ไม่ให้ต้องถวายด้วยมือเปล่าเท่านั้นเอง โดยแท้จริงคือ เราถวายเงินกับทางวัด การไปหยิบของๆ วัด มาประเคนให้วัดซ้ำ ไม่มีผลอะไรต่อกรรมนั้น เท่ากับว่า ผู้ถวายก็ได้บุญในส่วนถวายเงินหยอดตู้บริจาคเข้าวัดนั่นเอง หรือพูดติดตลกว่า “ยืมของๆ วัดมา ยกจากทางซ้าย แล้วย้ายมาทางขวา” แล้วก็เอาเงินหยอดตู้ ทำบุญให้สบายใจ แล้วก็กลับบ้านไป การถวายเครื่องไทยธรรม หรือสิ่งของแก่พระสงฆ์นั้น ตรงไปตรงมา คือ การหาซื้อเอาสิ่งของมาให้พระท่านได้ใช้ เข้าใจอย่างง่ายๆ คือ เราให้อะไรแก่ท่านได้ใช้สอย เราก็ได้บุญจากการให้สิ่งนั้นครับ ในกรณีนี้ เราให้สตางค์ ก็ได้บุญจากการให้สตางค์ / เราเอาของมาถวาย ก็ได้บุญจากการให้สิ่งของ ถวายไทยธรรม บุญมากหรือน้อย ?…

  • กรณี การเวียนเทียนด้วยต้นไม้ แล้วนำกลับไปปลูกที่บ้าน

    กรณี การเวียนเทียนด้วยต้นไม้ แล้วนำกลับไปปลูกที่บ้าน

    การบูชาด้วยดอกไม้ ของหอม พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญ การปลูกต้นไม้ไว้ใน วนโรปสูตร (สํ.ส.๑๕/๑๔๕/๓๗) ดังมีข้อความว่า “ชนเหล่าใดสร้างอาราม (สวนไม้ ดอกไม้ผล) ปลูกหมู่ไม้ (ให้ร่มเงา) สร้างสะพาน และชนเหล่าใดให้โรงน้ำเป็นทาน และบ่อน้ำ ทั้งบ้าน ที่พักอาศัย ชนเหล่านั้น ย่อมมีบุญ เจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน ชนเหล่านั้นตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีล เป็นผู้ไปสวรรค์” ด้วยเหตุนี้ การบูชาพระปฏิมา หรือพระเจดีย์ ด้วยดอกไม้ ของหอม หรือนำต้นไม้มาใช้ในการเวียนประทักษิณรอบอุโบสถ จึงเป็นสิ่งที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ด้วยเหตุแห่งการสักการะบูชาผู้ที่ควรบูชา ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมงคลสูตร (ขุ.ขุ.๒๕/๖/๒,ขุ.สุ.๒๕/๓๑๗/๒๘๘) ว่า  “การไม่คบพาล การคบแต่บัณฑิต และการบูชาผู้ที่ควรบูชา นี้ก็เป็นมงคลอุดม (มงคลอันสูงสุด อันยอดเยี่ยม) ด้วยเหตุนี้ การรณรงค์หรือส่งเสริม ให้นำกล้าไม้มาใช้แทนดอกไม้ ในการเวียนเทียนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย นอกจากจะเป็น “อปจายนมัยกุศล” กุศลที่เกิดจากการแสดงความเคารพอ่อนน้อม ต่อผู้ควรบูชาแล้ว ยังได้บุญจากการให้ต้นไม้ เพื่อนำไปปลูก ให้ร่มเงาแก่วัดวาศาสนา ตามนัยแห่ง วนโรปสูตร…

  • พระไปนั่งฉันสุกี้บุฟเฟต์ ได้หรือไม่ ?

    พระไปนั่งฉันสุกี้บุฟเฟต์ ได้หรือไม่ ?

    มีผู้ถามมาว่า พระไปนั่งฉันสุกี้บุฟเฟต์ ได้หรือไม่ ? ตอบ ในพระวินัย การประกอบอาหาร ซึ่งหมายถึง การปรุงจากของดิบให้เป็นของสุกแล้วฉัน เช่น การไปฉันสุกี้ แล้วพระภิกษุฉกเอง ต้มเอง นั้น เป็นอาบัติทุกกฏครับ เว้นแต่จะมีโยมต้มให้ แล้วถวายของที่สุกแล้วตักใส่ชามถวายให้ จึงจะไม่เป็นอาบัติ .. แต่การอุ่นอาหาร ที่สุกอยู่แล้ว ไม่เป็นอาบัติครับ ดังในพระวินัย หมวดเภสัชขันธกะ (วิ.ม.5/49/48) ว่า [49] … พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรอานนท์ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร มิใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ดูกรอานนท์ ไฉนเธอจึงได้พอใจในความมักมากเช่นนี้เล่า . . . ดูกรอานนท์ อามิส (อาหาร) ที่เก็บไว้ในภายในที่อยู่ เป็นอกัปปิยะ แม้ที่หุงต้มในภายในที่อยู่ ก็เป็นอกัปปิยะ แม้ที่หุงต้มเอง ก็เป็นอกัปปิยะ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส … ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลาย…

  • ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์

    ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์

    อาทิตย์ เสตะจันทน์ ถาม (๒๕ ก.พ.๖๐) กราบเรียนถามท่านอาจารย์ครับ การที่คนมักพูดว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” โดยมักปรามคนที่ไปตำหนิติเตียนพระที่ทุศีล โดยบอกว่าจะเป็นบาปนั้น ความคิดแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ และท่าทีที่ถูกต้องของพุทธบริษัทควรเป็นเช่นไร สำหรับผมเห็นว่าท่าทีแบบนี้แหละที่ทำให้มีคนไม่ดีมาบวชพระมากมาย และก่อให้เกิดปัญหากับพุทธศาสนาอยู่จนทุกวันนี้ สิกขาบทหลายข้อก็เกิดมาจากฆราวาสตำหนิพฤติกรรมของพระมิใช่หรือครับ ตอบ ข้อพึงปฏิบัติของภิกษุต่อภิกษุต้องอาบัติ ตามพระวินัย ในหลักของพระวินัย กล่าวว่า หน้าที่ๆ จะพึงปฏิบัติเมื่อภิกษุต้องอาบัติ มี ๓ ประการ คือ ๑. เป็นหน้าที่ของภิกษุผู้ต้องอาบัติ จะต้องทำคืนตามวิธีนั้นๆ (เช่นแสดงอาบัติ อยู่ปริวาสกรรม หรือลาสิกขา) ๒. เป็นหน้าที่ของภิกษุอื่นผู้รู้เห็น จะพึงตักเตือนด้วยความเมตตา (หาใช่นิ่งเฉย ดังที่พระเถระทั้งหลายกระทำอยู่ในปัจจุบัน) ๓. เป็นหน้าที่ของสงฆ์ จะพึงทำตามสมควรแก่พระธรรมวินัย (ด้วยนิคหกรรม กระทำการลงโทษด้วยวิธีต่างๆ) ฉะนั้น โดยทั่วไปแล้ว ภิกษุอื่นหรือสงฆ์ผู้รู้เห็น จะต้องตักเตือนและแก้ไขให้ถูกต้องตรงตามพระวินัยครับ เมื่อคฤหัสถ์ทราบการผิดวินัยของภิกษุ แต่สำหรับคฤหัสถ์ เมื่อไม่ใช่พระภิกษุ สิ่งที่เราพึงกระทำ ก็คือการตำหนิ ห้ามปราม และปกป้องพระพุทธศาสนา ดังเรื่องที่ปรากฏใน…

  • พระภิกษุนั่งรับบิณฑบาตผิดพระวินัยหรือไม่

    พระภิกษุนั่งรับบิณฑบาตผิดพระวินัยหรือไม่

    นุช รัตนสิทธิ์ ถาม กราบเรียนถามอาจารย์ค่ะ 1) ตอนเช้าพระที่ไปนั่งบิณฑบาตรอยู่ใกล้ๆ ป้ายรถเมล์ หรือหน้าตลาดผิดพระวินัยไหมค่ะ (แถมมีคล้ายๆ ถุงปุ๋ยเตรียมมาบรรจุของ วางอยู่ข้างๆ อีกค่ะ ถุงเต็มแล้วก็ยังไม่ยอมไป) 2) ถ้าผิด เราชาวพุทธสมควรที่จะไปบอกตำรวจมาจับไหมค่ะ หรือควรทำอย่างไรดีค่ะถึงจะช่วยกันรักษาศาสนาเอาไว้ได้ ฯลฯ ตอบ การที่พระท่านนั่งรับบิณฑบาต ไม่มีความผิดครับ จะนั่ง จะยืนนิ่งอยู่ หรือจะเดินไป ก็ได้ทั้งสิ้น ไม่มีสิกขาบทห้ามไว้, ประเด็นที่ว่า มีถุงปุ๋ยอยู่ข้างๆ เพื่อใส่ภัตตาหารบิณฑบาตนั้น ตามพระวินัยบัญญัตินั้น มีว่า . . . “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตจดเสมอขอบบาตร (ไม่รับบิณฑบาตจนล้น)ฯ” หมายความว่า ตามธรรมเนียม พระสงฆ์เราจะรับบิณฑบาตเพียงเท่าที่จะรับได้เท่านั้น ไม่รับเกินกว่าบาตรของตน หากรับเกินกว่า ย่อมต้องอาบัติทุกกฏ (เสขิยวัตร โภชนปฏิสังยุต ข้อที่ ๔) แต่ก็มีอีกสิกขาบทหนึ่ง มาใน โภชนวรรค บทที่ ๔ ว่า . .…

  • กรณี “สึก ‘พระเตี้ย’ กลางพรรษา! วิจารณ์กระหึ่ม ผิด-ถูก ใครจะเป็นผู้ตัดสิน” ?

    กรณี “สึก ‘พระเตี้ย’ กลางพรรษา! วิจารณ์กระหึ่ม ผิด-ถูก ใครจะเป็นผู้ตัดสิน” ?

    คำถาม มีผู้ถามว่า ตามพระวินัยบัญญัติ ถูกต้องหรือไม่ อย่างไรค่ะ ? ผมอยากตอบสั้นๆ ก่อนเลย จากชื่อหัวข้อข่าว ที่ถามว่า ใครจะเป็นผู้ตัดสิน ? พระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้นั่นล่ะครับ เป็นผู้ตัดสิน หาใช่พระรูปใดรูปหนึ่งไม่ เรื่องราวในข่าวมีดังนี้ คือ เกิดข้อกังขาคาใจชาวพุทธ กรณีพระชั้นผู้ใหญ่ที่จันทบุรี มีคำสั่งให้ ‘พระเตี้ย’ สูง 99 ซม. สึกออกไปกลางพรรษา หากไม่สึก คนที่บวชให้จะต้องสึกเอง พบมีพระวินัยบัญญัติไว้ ในข้อลักษณะที่ไม่ควรให้บรรพชา คนเตี้ย (เกินไป) อยู่ด้วย เมื่อตอนบ่ายวันที่ 18 ส.ค. 59 หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักเกี่ยวกับพระรูปหนึ่งในพื้นที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มีคำสั่งให้ลาสิกขากลางพรรษากะทันหัน จากการที่เขามีร่างกายไม่สมบรูณ์สูงเพียง 99 เซนติเมตร สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะระหว่างที่ครองเพศบรรพชิตพระรูปดังกล่าว ได้ปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างเต็มที่ ไม่ขาดตกบกพร่อง ขนาดรูปร่างไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ฯลฯ นายเสริมศักดิ์ ได้เข้าบวชเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดา โดยตั้งใจจะบวชให้ครบ 3 เดือนในช่วงเข้าพรรษา จึงได้เข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่…

  • White lie ! มีคนโกหกเรา พอจับได้ก็บอกว่า ไม่อยากให้รู้ กลัวไม่สบายใจ เขาจะบาปไหมค่ะ

    White lie ! มีคนโกหกเรา พอจับได้ก็บอกว่า ไม่อยากให้รู้ กลัวไม่สบายใจ เขาจะบาปไหมค่ะ

    ตอบ           การพูดปด มีโทษมากน้อยอย่างไร ในอรรถกถาสัมมาทิฏฐิสูตร (ม.มู.๑๒/๑๑๐/๕๔๑) ให้หลักไว้ดังนี้ คือ           มุสาวาทชื่อว่ามีโทษน้อย เพราะประโยชน์ที่ผู้พูดทำลายนั้นมีน้อย / และมีโทษมาก เพราะทำลายประโยชน์มาก           มุสาวาทของคฤหัสถ์ทั้งหลายที่กล่าวโดยนัยว่าไม่มี เพราะประสงค์จะไม่ให้วัตถุที่ตนมีอยู่ ชื่อว่ามีโทษน้อย / ส่วนมุสาวาทที่ตนเป็นพยานกล่าวเพื่อทำลายประโยชน์ชื่อว่ามีโทษมาก           มุสาวาทของบรรพชิตทั้งหลายที่กล่าวประชดประชัน โดยประสงค์จะหัวเราะเล่นชื่อว่ามีโทษน้อย / แต่มุสาวาทของบรรพชิตผู้กล่าวโดยนัยว่าไม่เห็นเลยว่าเห็น ดังนี้ชื่อว่ามีโทษมาก           ฉะนั้น การโกหกนั้น จะเป็นบาปมาก-บาปน้อย จึงขึ้นอยู่ต่อประโยชน์ที่เราเสียไป เมื่อเราไม่ได้รู้ความจริงครับ ถ้าเรารู้ว่าเขาโกหก แต่เราไม่เสียใจ หรือเสียใจมีผลต่อเราต่อเขาอย่างไร…