Category: บทความ

  • สังฆทาน-วน ได้บุญเหมือนทำสังฆทานด้วยไทยธรรมหรือไม่

    สังฆทาน-วน ได้บุญเหมือนทำสังฆทานด้วยไทยธรรมหรือไม่

    มีญาติมิตรถามถึง การทำ “สังฆทาน-วน” หรือทางวัดนำเอาไทยธรรมที่ได้รับไปแล้ว กลับมาใช้ ให้โยมถวายซ้ำอีก แล้วให้ญาติโยมหยอดตู้ หรือถวายปัจจัยตามแต่ความศรัทธา ว่าได้บุญเหมือนการทำสังฆทานด้วยไทยธรรม หรือสิ่งของที่หาซื้อมาเองหรือไม่ ตอบ สังทาน-วน คืออะไร ? “สังฆทาน-วน” เทียบเท่ากับการที่เราถวายเงินแก่ทางวัดเท่านั้นครับ ไม่ใช่เป็นการถวายสิ่งของแต่อย่างใด ของสังฆทานที่นำมาเวียนซ้ำ เป็นเพียงสิ่งที่ขอยืมมาเข้าพิธี (พอให้เป็นพิธีเท่านั้น) ไม่ให้ต้องถวายด้วยมือเปล่าเท่านั้นเอง โดยแท้จริงคือ เราถวายเงินกับทางวัด การไปหยิบของๆ วัด มาประเคนให้วัดซ้ำ ไม่มีผลอะไรต่อกรรมนั้น เท่ากับว่า ผู้ถวายก็ได้บุญในส่วนถวายเงินหยอดตู้บริจาคเข้าวัดนั่นเอง หรือพูดติดตลกว่า “ยืมของๆ วัดมา ยกจากทางซ้าย แล้วย้ายมาทางขวา” แล้วก็เอาเงินหยอดตู้ ทำบุญให้สบายใจ แล้วก็กลับบ้านไป การถวายเครื่องไทยธรรม หรือสิ่งของแก่พระสงฆ์นั้น ตรงไปตรงมา คือ การหาซื้อเอาสิ่งของมาให้พระท่านได้ใช้ เข้าใจอย่างง่ายๆ คือ เราให้อะไรแก่ท่านได้ใช้สอย เราก็ได้บุญจากการให้สิ่งนั้นครับ ในกรณีนี้ เราให้สตางค์ ก็ได้บุญจากการให้สตางค์ / เราเอาของมาถวาย ก็ได้บุญจากการให้สิ่งของ ถวายไทยธรรม บุญมากหรือน้อย ?…

  • เป้าหมายของชีวิตคืออะไร?

    เป้าหมายของชีวิตคืออะไร?

    สุข สดใส ใจสงบ ถาม (fb 15/3/67) อ.คะ ปัจฉิมโอวาท คำว่า ยังประโยชน์ให้ถึงพร้อม…คำว่าถึงพร้อมคืออะไรบ้างคะ อ.คะ อะไรคือเป้าหมายของการมีชีวิตคะ จุดประสงค์ของการมีชีวิตมีไปเพื่ออะไรคะ เพื่อให้หลุดพ้น ? ตอบ สิ่งที่พึงเข้าถึงในชีวิต สิ่งที่พึงเข้าถึงในชีวิต (อรรถ 3 ประการ) ได้แก่ [ขุ.อิติ.25/201/242] 1. ประโยชน์ปัจจุบัน, ประโยชน์ในโลกนี้, ประโยชน์ขั้นต้น (ทิฏฐธัมมิกัตถะ) 2. ประโยชน์เบื้องหน้า, ประโยชน์ในภพหน้า, ประโยชน์ขั้นสูงขึ้นไป (สัมปรายิกัตถะ) 3. ประโยชน์สูงสุด, จุดหมายสูงสุด คือ พระนิพพาน (ปรมัตถะ) อรรถ 3 ประการ (ประโยชน์, ผลที่มุ่งหมาย, จุดหมาย, ความหมาย) ยังมีอีกนัยหนึ่ง คือ [สํ.นิ.16/67/35] 1. ประโยชน์ตน (อัตตัตถะ) 2. ประโยชน์ผู้อื่น (ปรัตถะ)…

  • กรณี การเสียชีวิตของคุณวินัย ไกรบุตร กับการขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร (ผู้ที่เราล่วงเกิน)

    กรณี การเสียชีวิตของคุณวินัย ไกรบุตร กับการขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร (ผู้ที่เราล่วงเกิน)

    สองวันที่ผ่านมานี้ มีข่าวที่ได้รับความสนใจ คือ ดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง คือ คุณวินัย ไกรบุตร ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคตุ่มน้ำพอง ซึ่งรักษามานานกว่า 5 ปี สิ่งหนึ่งที่สังคมให้ความสนใจ นอกจากความคืบหน้าอาการของโรค และแนวทางการรักษาโดยแพทย์ปัจจุบันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจ คือ การไปพบกับอาจารย์ไพศาล แสนไชย ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องนิมิตรู้ถึงอดีตกรรมของแต่ละบุคคล และการขอขมากรรมต่อผู้ที่เราเคยล่วงเกินในอดีตชาติ ที่นิยมเรียกว่า เจ้ากรรมนายเวร นั่นเอง ซึ่งภายหลัง คุณวินัย ไกรบุตร ได้พบกับอาจารย์ไพศาล แสนไชย , ทางอาจารย์ไพศาล ได้เล่าถึงอดีตชาติ และแนะนำให้ไปขอขมากรรมต่อผู้ที่เคยล่วงเกินไว้ทั้ง 7 คน รวมถึงการกระทำบุญในพระศาสนา ซึ่งภายหลังได้เดินทางไปขอขมากรรมและทำบุญแล้ว รู้สึกถึงอาการที่ดีขึ้นโดยลำดับ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เสียชีวิตลงในที่สุด โอกาสนี้ จึงขอกล่าวถึงเรื่องการขอขมากรรมต่อผู้ที่เราล่วงเกิน ตามหลักพระพุทธศาสนา ดังนี้ การทำอกุศลกรรม เมื่อคนเราได้ทำการเบียดเบียนหรือล่วงเกินผู้อื่นไว้ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ อกุศลกรรม ทางกาย วาจา หรือแม้ในทางใจ หากเบียดเบียนผู้อื่นด้วยกายหรือวาจา เช่น การฆ่าสัตว์ หรือโกหกหลอกลวง…

  • คติธรรม จากเหตุ การมรณกรรมของท่านเจ้าคุณมงคลธีรคุณ ผู้เป็นที่เคารพรักของข้าพเจ้า

    คติธรรม จากเหตุ การมรณกรรมของท่านเจ้าคุณมงคลธีรคุณ ผู้เป็นที่เคารพรักของข้าพเจ้า

    . . . ตอนแรก ได้ทราบข่าวจากญาติมิตรว่า ทางอินเดียไม่มีฟอร์มาลีน ที่จะฉีดเข้าร่างกายภายหลังการมรณภาพของท่านเจ้าคุณฯ ถ้าจะฉีดต้องเดินทางไปฉีดต่างเมือง ซึ่งมีความยุ่งยาก … ผมยังคิดไปว่า “หรือการมรณภาพครั้งนี้ อาจเปิดโอกาสให้มีปาฏิหาริย์ก็ได้ เพราะยังไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีน” ถ้าท่านเจ้าคุณฯ เกิดฟื้นขึ้นมา แล้วมาเล่า ว่าได้ไปเห็นสัมปรายภพ (คตินิมิต) ไปเห็นนั่นเห็นนี่มา ก็คงจะดีไม่น้อย อาจช่วยให้ชาวพุทธเรา มีศรัทธาเลื่อมใส เชื่อมั่นในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามากขึ้น ในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด และการมีอยู่จริงของโอปปาติกะ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาสีหนาทสูตร (ม.มู.๑๒/๑๕๙/๙๕) ว่า . . . [๑๖๙] ดูกรสารีบุตร กำเนิด (โยนิ) มี ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน? คือ อัณฑชะกำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด . . . ก็อัณฑชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด…

  • กรณี การเวียนเทียนด้วยต้นไม้ แล้วนำกลับไปปลูกที่บ้าน

    กรณี การเวียนเทียนด้วยต้นไม้ แล้วนำกลับไปปลูกที่บ้าน

    การบูชาด้วยดอกไม้ ของหอม พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญ การปลูกต้นไม้ไว้ใน วนโรปสูตร (สํ.ส.๑๕/๑๔๕/๓๗) ดังมีข้อความว่า “ชนเหล่าใดสร้างอาราม (สวนไม้ ดอกไม้ผล) ปลูกหมู่ไม้ (ให้ร่มเงา) สร้างสะพาน และชนเหล่าใดให้โรงน้ำเป็นทาน และบ่อน้ำ ทั้งบ้าน ที่พักอาศัย ชนเหล่านั้น ย่อมมีบุญ เจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน ชนเหล่านั้นตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีล เป็นผู้ไปสวรรค์” ด้วยเหตุนี้ การบูชาพระปฏิมา หรือพระเจดีย์ ด้วยดอกไม้ ของหอม หรือนำต้นไม้มาใช้ในการเวียนประทักษิณรอบอุโบสถ จึงเป็นสิ่งที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ด้วยเหตุแห่งการสักการะบูชาผู้ที่ควรบูชา ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมงคลสูตร (ขุ.ขุ.๒๕/๖/๒,ขุ.สุ.๒๕/๓๑๗/๒๘๘) ว่า  “การไม่คบพาล การคบแต่บัณฑิต และการบูชาผู้ที่ควรบูชา นี้ก็เป็นมงคลอุดม (มงคลอันสูงสุด อันยอดเยี่ยม) ด้วยเหตุนี้ การรณรงค์หรือส่งเสริม ให้นำกล้าไม้มาใช้แทนดอกไม้ ในการเวียนเทียนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย นอกจากจะเป็น “อปจายนมัยกุศล” กุศลที่เกิดจากการแสดงความเคารพอ่อนน้อม ต่อผู้ควรบูชาแล้ว ยังได้บุญจากการให้ต้นไม้ เพื่อนำไปปลูก ให้ร่มเงาแก่วัดวาศาสนา ตามนัยแห่ง วนโรปสูตร…

  • การล้างผักเพื่อฆ่าพยาธิ เป็นบาปไหม ควรคิดอย่างไร ?

    การล้างผักเพื่อฆ่าพยาธิ เป็นบาปไหม ควรคิดอย่างไร ?

    มีผู้ส่งคลิป “ควรล้างผักให้สะอาด เพราะมีพยาธิอยู่” แล้วถามว่า การล้างผักเพื่อฆ่าพยาธิ เป็นบาปไหม จะแก้ไขอย่างไร ? ตอบ การฆ่าสำเร็จได้อย่างไร ? การฆ่าสัตว์ (ปาณาติบาต) จะถือเป็นการฆ่าสำเร็จ เมื่อครบองค์ประกอบ 5 ข้อ ดังนี้ 1. ปาโณ … สัตว์มีชีวิต 2 ปาณสญฺญิตา … รู้ว่าสัตว์มีชีวิต 3 วธกจิตฺตํ … มีจิตคิดฆ่า 4 อุปกฺกโม … มีความพยายาม หรือมีการกระทำให้ตาย 5 เตน มรณํ … สัตว์นั้นตาย หรือสัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น การฆ่าสัตว์ เริ่มจากองค์ประกอบแรก คือ มีเจตนาฆ่า หรือไม่, ถ้าไม่มี ก็ไม่ใช่ปาณาติบาต ตั้งแต่ต้น ถ้ามีเจตนาฆ่า (ข้อที่ 3) แต่ขาดองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่ง เรียกว่า ศีลไม่ขาด…

  • พระไปนั่งฉันสุกี้บุฟเฟต์ ได้หรือไม่ ?

    พระไปนั่งฉันสุกี้บุฟเฟต์ ได้หรือไม่ ?

    มีผู้ถามมาว่า พระไปนั่งฉันสุกี้บุฟเฟต์ ได้หรือไม่ ? ตอบ ในพระวินัย การประกอบอาหาร ซึ่งหมายถึง การปรุงจากของดิบให้เป็นของสุกแล้วฉัน เช่น การไปฉันสุกี้ แล้วพระภิกษุฉกเอง ต้มเอง นั้น เป็นอาบัติทุกกฏครับ เว้นแต่จะมีโยมต้มให้ แล้วถวายของที่สุกแล้วตักใส่ชามถวายให้ จึงจะไม่เป็นอาบัติ .. แต่การอุ่นอาหาร ที่สุกอยู่แล้ว ไม่เป็นอาบัติครับ ดังในพระวินัย หมวดเภสัชขันธกะ (วิ.ม.5/49/48) ว่า [49] … พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรอานนท์ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร มิใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ดูกรอานนท์ ไฉนเธอจึงได้พอใจในความมักมากเช่นนี้เล่า . . . ดูกรอานนท์ อามิส (อาหาร) ที่เก็บไว้ในภายในที่อยู่ เป็นอกัปปิยะ แม้ที่หุงต้มในภายในที่อยู่ ก็เป็นอกัปปิยะ แม้ที่หุงต้มเอง ก็เป็นอกัปปิยะ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส … ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลาย…

  • ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์

    ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์

    อาทิตย์ เสตะจันทน์ ถาม (๒๕ ก.พ.๖๐) กราบเรียนถามท่านอาจารย์ครับ การที่คนมักพูดว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” โดยมักปรามคนที่ไปตำหนิติเตียนพระที่ทุศีล โดยบอกว่าจะเป็นบาปนั้น ความคิดแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ และท่าทีที่ถูกต้องของพุทธบริษัทควรเป็นเช่นไร สำหรับผมเห็นว่าท่าทีแบบนี้แหละที่ทำให้มีคนไม่ดีมาบวชพระมากมาย และก่อให้เกิดปัญหากับพุทธศาสนาอยู่จนทุกวันนี้ สิกขาบทหลายข้อก็เกิดมาจากฆราวาสตำหนิพฤติกรรมของพระมิใช่หรือครับ ตอบ ข้อพึงปฏิบัติของภิกษุต่อภิกษุต้องอาบัติ ตามพระวินัย ในหลักของพระวินัย กล่าวว่า หน้าที่ๆ จะพึงปฏิบัติเมื่อภิกษุต้องอาบัติ มี ๓ ประการ คือ ๑. เป็นหน้าที่ของภิกษุผู้ต้องอาบัติ จะต้องทำคืนตามวิธีนั้นๆ (เช่นแสดงอาบัติ อยู่ปริวาสกรรม หรือลาสิกขา) ๒. เป็นหน้าที่ของภิกษุอื่นผู้รู้เห็น จะพึงตักเตือนด้วยความเมตตา (หาใช่นิ่งเฉย ดังที่พระเถระทั้งหลายกระทำอยู่ในปัจจุบัน) ๓. เป็นหน้าที่ของสงฆ์ จะพึงทำตามสมควรแก่พระธรรมวินัย (ด้วยนิคหกรรม กระทำการลงโทษด้วยวิธีต่างๆ) ฉะนั้น โดยทั่วไปแล้ว ภิกษุอื่นหรือสงฆ์ผู้รู้เห็น จะต้องตักเตือนและแก้ไขให้ถูกต้องตรงตามพระวินัยครับ เมื่อคฤหัสถ์ทราบการผิดวินัยของภิกษุ แต่สำหรับคฤหัสถ์ เมื่อไม่ใช่พระภิกษุ สิ่งที่เราพึงกระทำ ก็คือการตำหนิ ห้ามปราม และปกป้องพระพุทธศาสนา ดังเรื่องที่ปรากฏใน…

  • พระภิกษุนั่งรับบิณฑบาตผิดพระวินัยหรือไม่

    พระภิกษุนั่งรับบิณฑบาตผิดพระวินัยหรือไม่

    นุช รัตนสิทธิ์ ถาม กราบเรียนถามอาจารย์ค่ะ 1) ตอนเช้าพระที่ไปนั่งบิณฑบาตรอยู่ใกล้ๆ ป้ายรถเมล์ หรือหน้าตลาดผิดพระวินัยไหมค่ะ (แถมมีคล้ายๆ ถุงปุ๋ยเตรียมมาบรรจุของ วางอยู่ข้างๆ อีกค่ะ ถุงเต็มแล้วก็ยังไม่ยอมไป) 2) ถ้าผิด เราชาวพุทธสมควรที่จะไปบอกตำรวจมาจับไหมค่ะ หรือควรทำอย่างไรดีค่ะถึงจะช่วยกันรักษาศาสนาเอาไว้ได้ ฯลฯ ตอบ การที่พระท่านนั่งรับบิณฑบาต ไม่มีความผิดครับ จะนั่ง จะยืนนิ่งอยู่ หรือจะเดินไป ก็ได้ทั้งสิ้น ไม่มีสิกขาบทห้ามไว้, ประเด็นที่ว่า มีถุงปุ๋ยอยู่ข้างๆ เพื่อใส่ภัตตาหารบิณฑบาตนั้น ตามพระวินัยบัญญัตินั้น มีว่า . . . “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตจดเสมอขอบบาตร (ไม่รับบิณฑบาตจนล้น)ฯ” หมายความว่า ตามธรรมเนียม พระสงฆ์เราจะรับบิณฑบาตเพียงเท่าที่จะรับได้เท่านั้น ไม่รับเกินกว่าบาตรของตน หากรับเกินกว่า ย่อมต้องอาบัติทุกกฏ (เสขิยวัตร โภชนปฏิสังยุต ข้อที่ ๔) แต่ก็มีอีกสิกขาบทหนึ่ง มาใน โภชนวรรค บทที่ ๔ ว่า . .…

  • ต้องทำบุญแค่ไหน ชีวิตจึงจะไม่เจออุปสรรค ?

    ต้องทำบุญแค่ไหน ชีวิตจึงจะไม่เจออุปสรรค ?

    เกร็ดการสนทนา (27/10/59) รบกวนสอบถาม ช่วยตอบด้วยครับ มีเพื่อนถามมา แต่ผมน่าจะตอบได้ไม่ดีพอ อุปสรรคในชีวิตมาก เกิดจากกรรมเก่า ? ถาม : ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตมาก นี่หมายถึง บุญที่ทำในชาตินี้ หรือบุญที่ทำในชาติที่แล้ว ถ้าเป็นบุญในชาตินี้ แล้วต้องทำแค่ไหนชีวิตถึงจะไม่เจออุปสรรค ตอบ : อดีตกรรม คือ กรรมที่ทำในอดีตทั้งหมด ทั้งชาติก่อนและชาตินี้ / กรรมเก่า ก็คือกรรมที่เราทำไว้ ตั้งแต่วินาทีที่แล้วที่ผ่านไปทั้งหมด ไม่ว่าจะย้อนไปนานแค่ไหน ตั้งแต่เราเป็นเด็ก หรือชาติก่อนๆ ก็ตาม ถาม : ถ้าเป็นบุญในชาตินี้ แล้วต้องทำแค่ไหนชีวิตถึงจะไม่เจออุปสรรค ขอคำตอบนี้ด้วยครับ ตอบ : บุญ-บาป เวลาให้ผล จะประมวลผลรวมในทุกชาติมาทะยอยกันให้ผล ไม่สามารถทำอะไรอย่างหนึ่งเพื่อขจัดอุปสรรคได้ เราทำดี-ชั่วมาแล้วหลายพันหลายหมื่นชาติ มันทะยอยกันให้ผลในทุกๆ วินาที ให้เราเจอคนดี-คนร้าย เจอเรื่องดี-เรื่องร้าย เช่น เราเห็นดอกไม้สวยงาม เห็นคนหล่อ-สวย ได้ยินเสียงเพลงไพเราะ ได้อากาศเย็นสบาย นี่ก็ผลบุญ เราเห็นคนพิการ…